เครือข่ายองค์กรผู้บริโภคภาคใต้

หลักประกันสุขภาพ

10 ปีหลักประกันสุขภาพฯ

by bookstar @January,27 2012 09.38 ( IP : 118...171 ) | Tags : หลักประกันสุขภาพ
photo  , 768x400 pixel , 88,873 bytes.

10 ปีหลักประกันสุขภาพฯ
10 ปีหลักประกันสุขภาพฯ 11 ข้อที่ต้องแก้ไขปรับปรุง โดย...พวงชมพู ประเสริฐ

                  10 ปีเต็มนับตั้งแต่ปี 2545 ที่ประเทศไทยมีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือที่เรียกกันติดปากในยุคแรกเริ่มว่า “บัตรทอง” สิทธิการรักษาพยาบาลที่มีให้แก่คนไทยทุกคนที่ไม่มีสิทธิสวัสดิการข้าราชการและสิทธิประกันสังคม ปัจจุบันครอบคลุมประชาชนถึง 48 ล้านคน และเมื่อมีการใช้ระบบนี้ผ่านไปถึง 1 ทศวรรษ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการประเมินผล ด้วยเหตุนี้สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) จึงได้ร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศดำเนินการประเมินผลระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าไทยในช่วงทศวรรษแรก (พ.ศ.2545-2554)

                  ดร.ทิมโมธี แกรนต์ อีวานส์ หัวหน้าทีมผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ บอกว่า ผลจากการศึกษาพบว่า ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพได้เพิ่มขึ้น ลดภาระรายจ่าย และปกป้องครัวเรือนไม่ให้ล้มละลายจากค่ารักษาพยาบาลที่สูง เห็นได้จากจำนวนการใช้บริการผู้ป่วยนอกเพิ่มขึ้นจาก 2.41 ครั้งต่อคนต่อปี ในปี พ.ศ.2546 เป็น 3.64 ครั้งต่อคนต่อปีในปี พ.ศ.2554 ขณะที่อัตราการนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลเพิ่มจาก 0.067 ครั้งต่อคนต่อปี เป็น 0.119 ครั้งต่อคนต่อปี ในช่วงเดียวกัน ข้อมูลปี พ.ศ.2553 พบจำนวนประชาชนไทยที่เข้าไม่ถึงบริการสุขภาพที่จำเป็น (unmet need) อยู่ในระดับต่ำมาก ครัวเรือนที่ล้มละลายเพราะค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลลดลงจากร้อยละ 6.8 ในปี พ.ศ.2538 เหลือร้อยละ 2.8 ในปี พ.ศ.2551 ป้องกันครัวเรือนไม่ให้ยากจนลงได้กว่า 8 หมื่นครัวเรือน นอกจากนี้ กลุ่มผู้ให้บริการที่เคยมีระดับความพึงพอใจต่อระบบนี้ค่อนข้างต่ำในระยะแรก เพียงร้อยละ 39 ในปี พ.ศ.2547 กลับเพิ่มสูงขึ้นเป็นร้อยละ 79 ในปี พ.ศ.2553

                  แต่สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่า คือคณะผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศได้ให้ข้อเสนอแนะเพื่อทำให้ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ามีความยั่งยืนต่อไปในอนาคต  โดยสังเคราะห์จากข้อมูลและความรู้ที่ได้จากการประเมินรวมทั้งสิ้น 11 ข้อ ได้แก่ 1.ควรรักษาและขยายการปกป้องครัวเรือนจากภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล เพื่อลดการจ่ายเมื่อไปใช้บริการ และป้องกันภาระค่าใช้จ่ายที่อาจทำให้ล้มละลายและยากจน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการขยายตัวอย่างรวดเร็วของสถานพยาบาลภาคเอกชนและประกันสุขภาพเอกชน

                  2.ควรพัฒนาการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงาน ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างระบบประกันสุขภาพต่างๆ เพื่อให้ผู้ให้บริการไม่เลือกปฏิบัติ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารระหว่างกองทุน และให้มีการเชื่อมต่อสิทธิเมื่อมีการเปลี่ยนสิทธิของสมาชิกจากสิทธิหนึ่งไปยังอีกสิทธิหนึ่ง อย่างน้อยควรต้องให้ระบบมีมาตรฐานเดียวกันในด้านสิทธิประโยชน์ วิธีจ่ายที่เป็นมาตรฐานและอัตราเดียวกัน ระบบการเรียกเก็บค่าบริการ และระบบตรวจสอบ โดยควรมีการศึกษาจุดแข็งและจุดอ่อนของแต่ละระบบเพื่อหาทางในการผสานเพื่อลดความเหลื่อมล้ำระหว่างกองทุนต่อไป 3.ระบบการแยกบทบาทระหว่างผู้ซื้อและผู้ให้บริการยังทำงานได้ไม่ดีจากการที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นผู้ให้บริการรายเดียวในชนบท จำเป็นต้องหาระบบใหม่ที่มีลักษณะเป็นพันธมิตรระยะยาวที่มีประสิทธิผลระหว่างสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)และ สธ. เพื่อจัดการกับปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการระหว่างพื้นที่ต่างๆ

                  4.แม้ภารกิจบางประการของ สปสช. จำเป็นต้องมีการรวมศูนย์ เช่น การกำหนดมาตรฐานและอัตราการจ่าย การตรวจสอบเวชปฏิบัติ เป็นต้น แต่ในระดับพื้นที่จำเป็นต้องมีความยืดหยุ่น และต่อรองระหว่างผู้มีส่วนได้เสียต่างๆ เพื่อจัดการกับปัญหาอุปสรรคและความท้าทายต่างๆ ตกลงในวิธีการดำเนินงาน และและสร้างความร่วมมือในการนำนโยบายไปสู่เป้าหมายที่ต้องการ

                  5.พัฒนาศักยภาพของระบบบริการสาธารณสุขระดับอำเภอให้สามารถให้บริการได้อย่างรอบด้านแก่ประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ และพัฒนาระบบส่งต่อให้มีประสิทธิภาพ เพิ่มกำลังคนในระดับอำเภอ โดยเฉพาะควรต้องสร้างมาตรฐานการให้ค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์ต่างๆ แก่บุคลากรที่ว่าจ้างในพื้นที่

                  6.สธ.ต้องเป็นแกนนำและอาศัยหลักฐานเชิงประจักษ์ในการกำหนดนโยบายกระจายและจัดสรรบุคลากรให้เป็นธรรมแก่พื้นที่ต่างๆ เนื่องจากเงินเดือนเป็นองค์ประกอบสำคัญในงบประมาณระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า หากบุคลากรมีการกระจายอย่างเป็นธรรมมากขึ้นจะทำให้การซื้อบริการมีประสิทธิผลมากขึ้น7.ลดการใช้บริการในโรงพยาบาลใหญ่โดยหาแนวทางใหม่ๆ เพิ่มการลงทุนในการป้องกันปฐมภูมิด้วยการให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านสังคมที่มีผลกระทบต่อสุขภาพมากขึ้น 8.เพิ่มความเชื่อมั่นต่อระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าโดยเพิ่มความเข้มแข็งในการกำกับด้านคุณภาพบริการ พัฒนาระบบการบริหารโรงพยาบาลทุกระดับ ทำให้ผู้ให้บริการต้องรับผิดชอบและเพิ่มการเข้าถึงข้อมูลของหน่วยบริการ และป้องกันการเรียกเก็บที่ไม่ถูกต้อง

                  9.เพิ่มความเข้มแข็งของกลไกการอภิบาลระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า โดยทำให้ระบบมีความเป็นตัวแทนมากขึ้น โปร่งใส และรับผิดชอบต่อสังคม ที่สำคัญป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนของสมาชิกในคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ควรเพิ่มบทบาทตัวแทนของภาคประชาสังคมและภาคชุมชน และป้องกันการแทรกแซงทางการเมือง 10.ควรพัฒนาศักยภาพองค์กรในการประเมินเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ข้อมูลในการซื้อบริการหรือเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ และ 11.ควรทำงานร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติต่อไปในการผลิตข้อมูลจากการสำรวจครัวเรือน

                  ข้อเสนอแนะของทีมผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศจะเกิดประโยชน์ต่อการประกันสุขภาพประชาชนคนไทยเป็นอย่างมากหากกลุ่มผู้มีอำนาจในการตัดสินใจ มุ่งหมายนำไปใช้เพื่อปรับปรุงแก้ไขระบบให้ดีขึ้น แทนที่จะเสียเวลาไปกับการต่อสู้เพื่อแย่งชิงอำนาจให้พวกพ้องตนเองได้เข้าไปนั่งในคณะกรรมการบริหารหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า อย่างที่เป็นอยู่!

....................................... (10 ปีหลักประกันสุขภาพฯ  11 ข้อที่ต้องแก้ไขปรับปรุง  โดย...พวงชมพู ประเสริฐ)

แสดงความคิดเห็น

กรุณาป้อน Username / Password ที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้กับเว็บไซท์แห่งนี้ หรือ สมัครเป็นสมาชิกของเว็บไซท์
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง